Roongrojtour Travel CenterRoongrojtour Travel Center

Whole world Travel with us

Already a member?

Roongrojtour Travel CenterRoongrojtour Travel Center
Forgot password?

Don't have an account?

เวียงจันทน์ วังเวียง หลวงพระบาง 3 วัน 2 คืน (PG) โดยสายการบินบางกอกแอร์เวย์

เวียงจันทน์ วังเวียง หลวงพระบาง

3 วัน 2 คืน (PG)

โดยสายการบินบางกอกแอร์เวย์

วันแรก         กรุงเทพฯ – เวียงจันทน์ – วัดพระธาตุหลวง – วัดสีสะเกด – เวียงจันทน์ – วังเวียง

07.00 น.

คณะมาพร้อมกันที่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ผู้โดยสารขาออกชั้น 4 ประตู 3 เคาน์เตอร์ F เช็คอินกรุ๊ปของสายการบิน บางกอกแอร์เวย์ (BANGKOK AIRWAYS) โดยมีเจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับ และอำนวยความสะดวกตรวจเช็คสัมภาระและเอกสารการเดินทางให้กับทุกท่าน

09.45 น.

นำท่านเดินทางสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติวัตไต สาธารณรัฐประชาธิปไตย ประชาชนลาว โดยสายการบิน บางกอกแอร์เวย์ เที่ยวบินที่ PG943 ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.15 ชั่วโมง

11.00 น.

เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติวัตไต สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชน ลาว นำท่านผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรแล้ว

กลางวัน

บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำท่านนมัสการ พระธาตุหลวง มีชื่อเรียกอีกชื่อว่า พระเจดีย์โลกะจุฬามณี นับเป็นปูชนียสถานอันสำคัญยิ่งของเมืองเวียงจันทน์ ตำนานกล่าวว่าพระธาตุหลวงมีประวัติการก่อสร้างนับพันปีเช่นเดียวกันพระธาตุพนมในประเทศไทย วัดพระธาตุหลวงถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์สำคัญของประเทศลาว บริเวณด้านหน้ามีอนุสาวรีย์พระเจ้าไชยเชษฐาธิราชประดิษฐานอยู่ และยังมีร้านค้าจัดจำหน่ายสินค้าพื้นบ้านและหัตถกรรม จากนั้นเดินทางต่อไปยัง วัดสีสะเกด หรือ วัดสตสหัสสาราม กับหอคำ พระราชวังหลวงของกษัตริย์ลาวสมัยก่อน วัดสีสะเกดสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2094 โดยพระเจ้าโพธิสารราช พระบิดาของพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช ในพุทธศตวรรษที่ 16 สาเหตุที่ได้ชื่อว่าวัดสีสะเกดเพราะอยู่ใกล้กับพระราชวังหลวง พระเจ้าแผ่นดินลาวทุกพระองค์นับแต่พระเจ้าโพธิสารราชผู้สร้างนครหลวงเวียงจันทน์ ทรงบรรทมหันศีรษะมาทางวัดนี้เพื่อแสดงความเคารพต่อพระรัตนตรัย เพราะมีพระพุทธรูปสำคัญของล้านช้างประดิษฐานอยู่หลายองค์ รวมทั้งพระแก้วมรกตที่ทรงอัญเชิญไปจากเชียงใหม่  ดังนั้นวัดนี้จึงถูกเรียกว่า “วัดสีสะเกด”  คือวัดที่พระเจ้าแผ่นดินทรงบรรทมหันพระเศียร(ศีรษะ)ไปยังที่ตั้งวัด ดุจพระสารีบุตรนอนหันศีรษะไปในทิศที่พระอัสชิอยู่  สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางต่อไปยัง วังเวียง อีกหนึ่งเมืองท่องเที่ยวใน แขวงเวียงจันทน์ ห่างจากเวียงจันทน์ประมาณ 160 ก.ม. วังเวียง เมืองในลุ่มน้ำซองที่เงียบสงบโอบล้อมไปด้วยขุนเขากับสายหมอกยามเช้าที่สวยที่สุด ดังคำล่ำลือที่นักท่องเที่ยวขนานนามว่า กุ้ยหลินเมืองลาว

ค่ำ

บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

ที่พัก

KHAMPASEUTH HOTEL ระดับ 3 ดาว หรือเทียบเท่า, เมืองวังเวียง

 

วันที่สอง       ล่องเรือแม่น้ำซอง – วังเวียง – หลวงพระบาง – น้ำตกตาดกวางสี – พระธาตุพูสี – ตลาดไนท์บาร์ซา

เช้า

บริการอาหารเช้า ณ โรงแรม 

ตื่นเช้ารับอรุณกับบรรยากาศเย็นสบาย นำท่าน ล่องเรือแม่น้ำซอง ชมธรรมชาติและเก็บภาพบรรยากาศตลอดสองข้างทาง  ได้เวลาออกเดินทางไปยัง เมืองหลวงพระบาง ระหว่างทางจะเห็นวิถีชีวิตของชาวลาวสองข้างถนนที่ตั้งบ้านเรือนแตกต่างกันออกไป การเดินทางจะไต่ระดับขึ้นสู่ที่สูงสลับที่ลาดเชิงเขา ท่านจะได้พบเห็นป่าไม้และทิวทัศน์ที่สวยงามประกอบกับภูเขาหินปูนที่มีรูปร่างต่างๆ แปลกตาสวยงามและยังคงสามารถรักษาธรรมชาติไว้ได้อย่างดีและสร้างความประทับใจแก่ผู้มาเยือน

กลางวัน

บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย

นำท่านเดินทางต่อเพื่อไปชม น้ำตกตาดกวางสี ซึ่งหมายถึงกวางหนุ่ม น้ำตกนี้ตกจากเขาที่สูง 70 เมตร สามารถถ่ายภาพจากด้านหน้าซึ่งมีสะพานพาดผ่านสายน้ำที่ตกลงมา ฉากหลังคือน้ำตกหินปูนสีขาวและน้ำใสๆ บางครั้งอาจเป็นละอองเกิดเป็นสีรุ้งให้ได้เห็น ทัศนีย์ภาพโดยรอบเป็นธรรมชาติให้เหล่านักท่องเที่ยวได้ศึกษาแมกไม้พืชพันธ์และยังมีจุดลงเล่นน้ำตามลำธารเล็กๆ บริเวณด้านล่างของน้ำตกท่านจะได้พบกับหมีดำที่นักท่องเที่ยวนิยมถ่ายรูป นอกจากความงามของน้ำตกแล้ว ยังหาซื้อของที่ระลึกที่ทางเข้าน้ำตกได้อีกด้วย  จากนั้นนำท่านเข้าสู่ตัวเมืองมรดกโลก โดยองค์การยูเนสโก้ได้ยกให้ เมืองหลวงพระบาง เป็นเมืองวัฒนธรรมโลกและสถาปัตยกรรมเก่าแก่ เนื่องจากมีวัดวาอารามเก่าแก่มากมาย มีบ้านเรือนอันเป็นเอกลักษณ์โคโลเนียลสไตล์และขนบธรรมเนียมประเพณีที่งดงามและยังสืบทอดจนถึงปัจจุบัน เมืองหลวงพระบาง เคยเป็นเมืองหลวงเก่าในอดีต โดยพระเจ้าฟ้างุ้มได้รวบรวมแว่นแคว้นต่างๆ ของชนเผ่าไท – ลาว ในเขตลุ่มแม่น้ำโขง แม่น้ำคาน แม่น้ำอู ก่อตั้งเป็น  อาณาจักรล้านช้าง ณ ดินแดนริมน้ำโขง คือ หลวงพระบาง  จากนั้นนำท่านขึ้นสู่ เขาพูสี ขึ้นบันได 328 ขั้น นมัสการธาตุพูสี เจดีย์ธาตุคู่บ้านคู่เมืองของชาวหลวงพระบาง ตลอดทางขึ้นท่านจะได้รับความกลิ่นหอมจากดอกจำปาลาว (ดอกลีลาวดี) ซึ่งเป็นดอกไม้ประจำชาติลาว เมื่อท่านถึงยอดให้ท่านนมัสการองค์ธาตุ ซึ่งสร้างในสมัยพระเจ้าอนุรุทธ เมื่อปี พ.ศ. 2337 พระธาตุเป็นรูปทรงดอกบัว อยู่บนฐานสี่เหลี่ยมยอดประดับด้วยเศวตฉัตรทองสำริด 7 ชั้น สูง 21 เมตร ชมพระอาทิตย์ยามอัสดง วิวทิวทัศน์รอบเมืองหลวงพระบางยามเย็น

ค่ำ       

บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

หลังอาหารค่ำอิสระเดินเที่ยวชม ตลาดค่ำ (NIGHT MARKET) บนถนนศรีสว่างวงศ์ ตั้งแต่หน้าพระราชวังจนสุดถนน ให้ท่านได้เลือกชมเลือกซื้อสินค้าในบรรยากาศแบบหลวงพระบางยามราตรี มีทั้งเสื้อยืดสกรีนเป็นภาษาลาว, ผ้าคลุมไหล่, กระเป๋าถือ, เครื่องประดับ, โลหะเกะสลัก, ภาพเขียน ฯลฯ จุดเด่นคือ สินค้าแทบทุกชิ้นเป็นสินค้าแฮนด์เมดของชาวบ้านแท้ๆ  วางจำหน่ายในราคาที่ต่อรองกันได้ อีกทั้งยังมีเบเกอรี่ ต่าง ๆ เพื่อให้ท่านได้ลิ้มลอง และขนมเค้กอันแสนอร่อยนานาชนิด หากท่านใดจะเลือกซื้อของใส่บาตรในเช้าวันรุ่งขึ้นก็สามารถจัดแจงหาซื้อได้เช่นกัน

ที่พัก

SUNWAY HOTEL ระดับ 3 ดาว หรือเทียบเท่า, เมืองหลวงพระบาง

วันที่สาม       ตักบาตรข้าวเหนียว – ตลาดเช้า – วัดใหม่สุวรรณภูมาราม พิพิธภัณฑ์หลวงพระบาง วัดเชียงทอง – วัดวิชุนราช – หลวงพระบาง กรุงเทพฯ

เช้า     

ตื่นเช้าทำธุระส่วนตัว จัดแจงเครื่องแต่งกายเพื่อรอ ใส่บาตรข้าวเหนียว พร้อมกับประชาชนชาวหลวงพระบาง ซึ่งพระสงฆ์และสามเณรจากวัดต่างๆ ทั่วเมืองหลวงพระบางจะออกบิณฑบาตเป็นแถวนับร้อยรูป ซึ่งเป็นภาพอันน่าประทับใจและสื่อถึงความศรัทธาเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาของชาวเมืองหลวงพระบาง (ค่าทำบุญ ไม่รวมในรายการ)  จากนั้นให้ท่านเดินชม ตลาดเช้า ของชาวหลวงพระบาง ซึ่งเป็นตลาดสดให้ท่านเลือกซื้ออาหารพื้นเมืองและชมของป่าซึ่งของป่าบางชนิดก็แปลกตาและเป็นที่สนใจของเหล่านักท่องเที่ยวผู้มาเยือน

บริการอาหารเช้า ณ โรงแรม 

จากนั้นนำท่านชม วัดใหม่สุวรรณภูมาราม หรือที่ชาวหลวงพระบางเรียกกันสั้นๆ ว่า “วัดใหม่” เคยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระสังฆราชบุญทัน ซึ่งเป็นสมเด็จพระสังฆราชองค์สุดท้ายของลาวและยังเคยเป็นที่ประดิษฐานพระบาง พระพุทธรูปคู่เมืองหลวงพระบางในรัชสมัยของเจ้ามหาชีวิตสักรินฤทธิ์ จนกระทั่งถึงปี พ.ศ. 2437 จึงได้อัญเชิญพระบางไปประดิษฐานในหอพระบางภายในพระราชวังจวบจนกระทั่งปัจจุบัน เมื่อมาเยือนวัดแห่งนี้สิ่งที่เราจะสังเกตเห็นถึงความแตกต่างจากวัดอื่นๆ คือ ตัวอุโบสถ (สิม) ลักษณะจะเป็นอาคารทรงโรง หลังคามีขนาดใหญ่ มีชายคาปกคลุมทั้งสี่ด้านสองระดับต่อเนื่องกัน ผนังด้านหน้าพระอุโบสถตกแต่งด้วยภาพลงรักปิดทองดูเหลืองอร่ามงามตายาวตลอดผนัง เล่าเรื่องพระเวสสันดรชาดก โดยฝีมือช่างหลวงประจำรัชกาลเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์  จากนั้นนำท่านเดินชม พระราชวังหลวงพระบาง (พิพิธภัณฑ์) ลักษณะอาคารเก่าที่ออกแบบโดยสถาปนิกชาวฝรั่งเศส สถาปัตยกรรมฝรั่งเศสผสมผสานวัฒนธรรมลาว ด้านนอกอาคารเป็นที่ตั้งของอนุสาวรีย์เจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์ พระราชวังแห่งนี้อดีตนั้นเป็นที่ประทับของเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์ ต่อมาเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองในปี พ.ศ.2518 พระราชวังหลวงพระบาง ได้ถูกปรับเปลี่ยนให้เป็นพิพิธภัณฑ์ ภายในเป็นที่ประดิษฐานของ “พระบาง” พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองหลวงพระบาง

กลางวัน

บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย

อีกหนึ่งสถานที่ของผู้มาเยือนเมืองหลวงพระบางควรมาเที่ยวชม วัดเชียงทอง ซึ่งเป็นวัดที่สำคัญและมีความงดงามที่สุดแห่งหนึ่งจนได้รับการยกย่องจากนักโบราณคดีว่าเป็นดั่งอัญมณีแห่งสถาปัตยกรรมลาว วัดเชียงทองถูกสร้างขึ้นในรัชสมัยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช ผนังภายในปิดทองฉลุบนพื้นรักสีดำ เล่าเรื่องพุทธประวัติพระสุธน-มโนราห์ ทศชาติชาดกและภาพนิทานเพื่อนบ้าน พระประธานมีชื่อว่า “พระองค์หลวง”นอกจากวัดเชียงทองจะมีพระอุโบสถที่โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมแบบล้านช้างแล้ว การตกแต่งลวดลายตามผนังภายในมีการตบแต่งด้วยการนำกระจกสีมาตัดต่อกันเป็นรูปต้นโพธิ์ขนาดใหญ่ ด้านข้างก็ติดเป็นรูปสัตว์ในวรรคดี ยามบ่ายที่แสงแดดส่องสะท้อนลงมาดูสวยงาม สถานที่ที่เราจะไปเยี่ยมชมอีกที่ซึ่งมีความสำคัญและเรื่องราวยาวนานเช่นเดียวกันคือ วัดวิชุนราช ที่สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าวิชุนราช (พ.ศ. 2046) นับเป็นอีกหนึ่งพระธาตุที่ชาวหลวงพระบางให้ความนับถือ ซึ่งเป็นพระธาตุที่มีรูปทรงคล้ายกับลูกแตงโมผ่าครึ่ง ชาวหลวงพระบาง จึงเรียกชื่อ พระธาตุหมากโม นี้มาจนถึงปัจจุบัน  สมควรแก่เวลาอำลาเมืองหลวงพระบาง เดินทางสู่ สนามบินนานาชาติหลวงพระบาง เพื่อนำท่านเดินทางกลับสู่ประเทศไทย

17.25 น.

นำท่านเดินทางกลับสู่ กรุงเทพฯ ประเทศไทย โดยสายการบิน บางกอกแอร์เวย์ (BANGKOK AIRWAYS)
เที่ยวบินที่ PG946 ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.00ชั่วโมง

19.25 น.

เดินทางถึง ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจ

พาสปอร์ตจะต้องมีอายุก่อนการเดินทางไม่น้อยกว่า 6 เดือน
ในกรณีที่กองตรวจคนเข้าเมืองทั้งที่กรุงเทพฯ และที่ประเทศลาวปฏิเสธมิให้เดินทางออกหรือเข้าประเทศ
ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธ์ไม่คืนค่าใช้จ่ายไม่ว่ากรณีใดๆ
ทิ้งสิ้น


**หมายเหตุ **          

บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงเที่ยวบิน ทั้งไปและกลับโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้าทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสายการบิน บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงรายการเพื่อความเหมาะสมไม่ว่าจะเกิดจาก ความขัดข้องของ ยานพาหนะหรือมีเหตุหนึ่งเหตุใดจนทำให้ไม่สามารถดำเนินการตามหมายกำหนดการได้ โปรแกรมการเดินทางเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม หรือเปลี่ยนแปลงรายการท่องเที่ยวบางรายการหรือทดแทนรายการท่องเที่ยวบางรายการ และจะต้องมีจำนวนผู้โดยสารจำนวน 15 ท่านขึ้นไปจึงออกเดินทาง ในกรณีที่มีจำนวนผู้โดยสารไม่ถึง 15 ท่านไม่มีหัวหน้าทัวร์ไทย อัตราค่าบริการนี้ สำหรับเดินทางตั้งแต่ 15 ท่านขึ้นไป ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงราคาในกรณีที่มีผู้เดินทางไม่ถึง 15 ท่าน

** กรุณาส่งมอบหนังสือเดินทางให้บริษัทฯ ก่อนวันเดินทาง เพื่อประโยชน์ของท่านเอง **


 

 กำหนดการเดินทาง     

 

กำหนดการเดินทาง ราคา

ผู้ใหญ่

(ห้องละ2 ท่าน)

ราคาเด็ก

(มีเตียง)

พักกับ 2 ผู้ใหญ่

ราคาเด็ก

(ไม่มีเตียง)

พักกับ 2 ผู้ใหญ่

พักเดี่ยว

เพิ่ม

วันที่ 11-13 พ.ย. 59 15,900 ไม่มีราคาเด็ก 3,200
วันที่ 12-14 พ.ย. 59 13,900 ไม่มีราคาเด็ก 3,200
วันที่ 18-20 พ.ย. 59 15,900 ไม่มีราคาเด็ก 3,200
วันที่ 19-21 พ.ย. 59 15,900 ไม่มีราคาเด็ก 3,200
วันที่ 25-27 พ.ย. 59 15,900 ไม่มีราคาเด็ก 3,200
วันที่ 26-28 พ.ย. 59 15,900 ไม่มีราคาเด็ก 3,200
วันที่ 09-11 ธ.ค. 59 16,900 ไม่มีราคาเด็ก 3,200
วันที่ 16-18 ธ.ค. 59 15,900 ไม่มีราคาเด็ก 3,200
วันที่ 17-19 ธ.ค. 59 15,900 ไม่มีราคาเด็ก 3,200
วันที่ 23-25 ธ.ค. 59 17,900 ไม่มีราคาเด็ก 3,200
วันที่ 24-26 ธ.ค. 59 17,900 ไม่มีราคาเด็ก 3,200
วันที่ 29-31 ธ.ค. 59 19,900 ไม่มีราคาเด็ก 3,200

ราคาไม่รวมตั๋วเครื่องบิน หักออก ผู้ใหญ่ท่านละ 4,500 บาท / เด็กท่านละ 4,500 บาท

อัตราค่าบริการนี้รวม     

  • ค่าบัตรโดยสารชั้นประหยัดไป – กลับ (ตั๋วกรุ๊ป) เส้นทางตามที่ระบุในรายการ รวมภาษีสนามบินและภาษีน้ำมันไว้เรียบร้อยแล้ว

**ค่าภาษีน้ำมัน ที่สายการบินเรียกเก็บ ณ วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2558 และท่านต้องชำระเพิ่มเติม ในกรณีที่ทางสายการบินมีการเรียกเก็บเพิ่ม**

  • ค่าที่พัก 2 คืน ห้องละ 2 ท่าน
  • ค่าเข้าชมสถานที่ตามรายการระบุ
  • หัวหน้าทัวร์ หรือมัคคุเทศก์ท้องถิ่นผู้ชำนาญเส้นทางดูแลตลอดการเดินทาง
  • ประกันอุบัติเหตุวงเงินท่านละ 200,000 บาท เสียชีวิต 1,000,000 บาท (เงื่อนไขตามกรมธรรม์)
  • สัมภาระน้ำหนักไม่เกินท่านละ 20 กก.
  • ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%

 

อัตราค่าบริการนี้ไม่รวม

  • ค่าข้าวเหนียวสำหรับตักบาตร
  • ค่าทำหนังสือเดินทางไทย
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัว อาทิ ค่าอาหาร – เครื่องดื่ม นอกเหนือจากรายการ ค่าซักรีด ค่าโทรศัพท์ เป็นต้น
  • ค่าน้ำหนักของกระเป๋าเดินทางในกรณีที่เกินกว่าสายการบินกำหนด 20 กิโลกรัม
  • ค่าทิปไกด์และคนขับรถ ประมาณ 400 บาท ต่อท่าน ต่อทริป