Roongrojtour Travel CenterRoongrojtour Travel Center

Whole world Travel with us

Already a member?

Roongrojtour Travel CenterRoongrojtour Travel Center
Forgot password?

Don't have an account?

อิตาลี (เวนิส) สวิตเซอร์แลนด์ ฝรั่งเศส 8 วัน 5 คืน

อิตาลี(เวนิส) สวิตเซอร์แลนด์ ฝรั่งเศส 

8 วัน 5 คืน

โดยสายการบินเอมิเรตส์ (EK)

วันแรกของการเดินทาง  [ กรุงเทพ ]

เวลา 23.00 น.

คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศประตู 9 เคาน์เตอร์ T สายการบินเอมิเรตส์ โดยมีเจ้าหน้าที่ คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวก


 

 

วันที่สองของการเดินทาง  [ กรุงเทพ – ดูไบ – เวนิส – เกาะเวนิส  ]

เวลา 02.25 น.              ]

ออกเดินทางสู่เวนิส โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK371

เวลา 05.35 น.

เดินทางถึง สนามบินดูไบ แวะรอเปลี่ยนเครื่อง

เวลา 09.40 น.

ออกเดินทางสู่เวนิส ประเทศอิตาลี โดยเที่ยวบิน EK 135

เวลา 13.55น.

ถึงสนามบินมาร์โค โปโล เมืองเวนิส ประเทศอิตาลี (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 6 ชั่วโมง และ ปรับเป็น 5 ชั่วโมงในวันที่ 27 มีนาคม 2559) นำท่านเดินทาง สู่ท่าเรือตรอนเคตโต้ (Tronchetto) นำท่านล่องเรือผ่านชมบ้านเรือนของชาวเวนิส สู่เกาะเวนิส หรือ เวเนเซีย (Venezia) ดินแดนแสนโรแมนติก เป็นเมืองที่ไม่เหมือนใคร โดยใช้เรือแทนรถ ใช้คลองแทนถนน  มีสมญานามว่าเป็น “ราชินีแห่งทะเลเอเดรียติก” มีเกาะน้อยใหญ่กว่า 118 เกาะ และมีสะพานเชื่อมถึงกันกว่า 400 แห่ง ขึ้นฝั่งที่บริเวณซานมาร์โค ศูนย์กลางของเกาะเวนิส จากนั้นนำท่านเดินชมความงามของเกาะเวนิส ชมสะพานถอนหายใจ ( Bridge of Sighs) ที่มีเรื่องราวน่าสนใจในอดีต เมื่อนักโทษที่เดินออกจากห้องพิพากษาไปสู่คุกจะได้มีโอกาสเห็นแสงสว่างและโลกภายนอกเป็นครั้งสุดท้ายระหว่างเดินผ่านช่องหน้าต่างที่สะพานนี้  ซึ่งเชื่อมต่อกับวังดอดจ์ (Doge’s Palace) อันเป็นสถานที่พำนักของเจ้าผู้ครองนครเวนิสในอดีต ซึ่งนักโทษชื่อดังที่เคยเดินผ่านสะพานนี้มาเเล้วคือ คาสโนว่านั่นเอง นำท่านถ่ายรูปบริเวณจัตุรัสซานมาร์โค (St.Mark’s Square) ที่นโปเลียนเคยกล่าวไว้ว่า “เป็นห้องนั่งเล่นที่สวยที่สุดในยุโรป” จัตุรัสถูกล้อมรอบด้วยอาเขตอันงดงาม รวมทั้งโบสถ์ซานมาร์โค (St.Mark’s Bacilica) ที่มีโดมใหญ่ 5 โดม ตามแบบศิลปะไบแซนไทน์ จากนั้นอิสระให้ท่านได้มีเวลาเดินเที่ยวชมเกาะอันสุดแสนโรแมนติกตามอัธยาศัย เช่น เดินเล่นชมมนต์เสน่ห์แห่งนครเวนิส, เข้าชมโบสถ์ซานมาร์โคที่สวยงาม, ช๊อปปิ้งสินค้าของที่ระลึก อาทิเช่น เครื่องแก้วมูราโน่,หน้ากากเวนิส เลือกซื้อสินค้าแฟชั่นชั้นนำ หรือนั่งจิบกาแฟในร้าน Café Florian ที่เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1720 หรือ นั่งเรือกอนโดล่า ล่องชมคลองเวนิส

เวลา ค่ำ

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง (สปาเก๊ตตี้หมึกดำ) นำคณะเข้าสู่ที่พัก  VENICE MESTRE HOTEL หรือเทียบเท่า


 


วันที่สามของการเดินทาง [ เวนิส – มิลาน – อินเทอร์ลาเคน ]

เวลา เช้า

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ตัวเมืองมิลาน (Milan)  เมืองที่เรียกได้ว่า เป็นเมืองหลวงแห่งแฟชั่นของโลก จากนั้นนำท่านเข้าชมมหาวิหารแห่งเมืองมิลาน (Duomo di Milano) ที่สร้างด้วยศิลปะแบบนีโอโกธิค ที่ผสมผสานกัน เป็น สถาปัตยกรรมแบบตะวันตกสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยาการ ชมความงดงามอันน่าอัศจรรย์

ระยะทาง 271 กม.ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชม.

เวลา เที่ยง

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารจีน

เวลา บ่าย

นำท่านชม แกลเลอรี วิคเตอร์เอ็มมานูเอล (Galleria Vittorio Emanuele II) ที่นับว่าเป็นช้อปปิ้งมอลล์ที่สวยงาม หรูหราและเก่าแก่ที่สุดในเมืองมิลาน อนุสาวรีย์ ของกษัตริย์วิคเตอร์ เอ็มมานูเอล ที่ 2 ผู้ริเริ่มการรวมชาติหัวเมืองต่างๆในอิตาลี และอนุสาวรีย์ของศิลปินชื่อดังในยุคเรเนซองส์อีก 1 ท่าน คือลิโอนาร์โด ดาร์วินซี่ ที่อยู่ในบริเวณ ด้านหน้าของโรงละครสกาล่า  สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางข้ามพรหมแดนอิตาลี – สวิตเซอร์แลนด์ จากนั้นนำท่านเดินทางต่อสู่เมืองอินเทอร์ลาเคน (Interlaken) เมืองระหว่างทะเลสาบ เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ระหว่าง ทะเลสาบทูน (Lake Thun) และทะเลสาบเบรียนซ์ (Lake Brienz) อิสระให้ท่านได้สัมผัสบรรยากาศและธรรมชาติแบบสวิตเซอร์แลนด์ในเมืองเล็กๆ

ระยะทาง 244 กม.ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3.30 ชม.

เวลา ค่ำ

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง(ฟองดูร์ชีส)

นำคณะเข้าสู่ที่พัก  CITY OBERLAND หรือเทียบเท่า

 



วันที่สี่ของการเดินทาง  [ อินเทอร์ลาเคน – กรินเดอร์วาลด์ – ยอดเขาจุงเฟรา – ลูเซิร์น ]

เวลา เช้า

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

ออกเดินทางสู่ เมืองกรินเดอวาลด์ (Grindelwald) เมืองตากอากาศที่สวยงามและยังเป็นที่ตั้งสถานีรถไฟขึ้นสู่ ยอดเขาจุงเฟรา(Jungfrau) เเละ เมื่อปี ค.ศ.2001  องค์การยูเนสโกประกาศให้ยอดเขาจุงเฟรา เป็นพื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติแห่งแรกของยุโรป นำคณะนั่งรถไฟท่องเที่ยวธรรมชาติ ขึ้นพิชิตยอดเขาจูงเฟราที่มีความสูงกว่าระดับน้ำทะเลถึง 11,333 ฟุตหรือ 3,454 เมตร ระหว่างเส้นทางขึ้นสู่ยอดเขาท่านจะได้ผ่านชมธารน้ำแข็งที่มีขนาดใหญ่จนถึง สถานีรถไฟจุงเฟราย๊อช (Jungfraujoch) สถานีรถไฟที่อยู่สูงที่สุดในยุโรป (Top of Europe) เข้าชมถ้ำน้ำแข็ง (Ice Palace) ที่แกะสลักให้สวยงาม อยู่ใต้ธารน้ำแข็งลึกถึง 30 เมตร

ระยะทาง 20 กม.ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที

เวลา เที่ยง

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารบนยอดเขา อาหารพื้นเมือง

เวลา บ่าย

พาท่านชมวิวที่ลานสฟิงซ์ (Sphinx Terrace) จุดชมวิวที่สูงที่สุดในยุโรป ที่ระดับความสูงถึง 3,571 เมตร สามารถมองเห็นได้กว้างไกลที่ถึงชายแดนสวิส สัมผัสกับภาพของธารน้ำแข็ง Aletsch Glacier ที่ยาวที่สุดในเทือกเขาแอลป์ ยาวถึง 22 ก.ม.และหนาถึง 700 เมตร โดยไม่เคยละลาย อิสระให้ท่านได้สนุกสนานกับการถ่ายรูป เล่นหิมะบนยอดเขาและเพลิดเพลินกับกิจกรรมบนยอดเขา และที่ไม่ควรพลาดกับการส่งโปสการ์ดโดยที่ทำการไปรษณีย์ที่สูงที่สุดในยุโรป นำคณะเดินทางลงจากยอดเขาโดยไม่ซ้ำเส้นทางเดิม ให้ท่านได้ชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามและแตกต่างกันจนถึง สถานีรถไฟเมืองลาวท์เทอบรุนเนิน(Lauterbrunnen)   จากนั้นเดินทางสู่เมืองลูเซิร์น (Lucerne) เมืองท่องเที่ยวยอดนิยมอันดับหนึ่งของสวิตเซอร์แลนด์ ที่ถูกห้อมล้อมไปด้วยทะเลสาบและขุนเขา จากนั้นพาท่านชมสิงโตหินแกะสลัก (Dying Lion of Lucerne) ที่แกะสลักบนผาหินธรรมชาติ เพื่อเป็นอนุสรณ์รำลึกถึงการสละชีพอย่างกล้าหาญของทหารสวิสที่เกิดจากการปฏิวัติในฝรั่งเศสเมื่อปี ค.ศ.1792 ชมสะพานไม้ชาเปล (Chapel Bridge) ซึ่งมีความยาวถึง 204 เมตร ทอดข้ามผ่านแม่น้ำรอยส์ (Reuss River) อันงดงามซึ่งเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของเมืองลูเซิร์น เป็นสะพานไม้ที่มีหลังคาที่เก่าแก่ที่สุดในยุโรป สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1333 โดยใต้หลังคาคลุมสะพานมีภาพวาดประวัติศาสตร์ของชาวสวิส   ตลอดแนวสะพาน  จากนั้นให้ท่านได้อิสระเลือกซื้อสินค้าของสวิส เช่น ช็อคโกแลต, เครื่องหนัง, มีดพับ, นาฬิกายี่ห้อดัง อาทิเช่น Rolex, Omega, Tag Heuer เป็นต้น

ระยะทาง 69 กม.ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30 ชม.

เวลา ค่ำ

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารจีน

นำคณะเข้าสู่ที่พัก   IBIS STLYE หรือเทียบเท่า

 


 

วันที่ห้าของการเดินทาง  [ ลูเซิร์น – ดิจอง – ปารีส ]  ]

เวลา เช้า

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นเดินทางสู่เมืองดิจอง (Dijon) ประเทศฝรั่งเศส อดีตเมืองหลวงแห่งแคว้นเบอร์กันดี ผ่านทุ่งราบอันกว้างใหญ่แหล่งผลิตมัสตาร์ดชื่อดัง อีกทั้งยังมีชื่อเสียงในการผลิตไวน์ชั้นเลิศอีกด้วย ผ่านชมอาคารบ้านเรือนสมัยเรเนสซองส์ โบสถ์และวิหารเก่าแก่ในสมัยยุคกลาง ซึ่งมีจุดเด่นคือ การมุงหลังคาด้วยกระเบื้องสีแดงสดจัดเรียงเป็นลวดลายงดงาม

ระยะทาง 350 กม.ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4.30 ชม.

เวลา เที่ยง

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร  อาหารจีน

เวลา บ่าย

เดินทางสู่ มหานครปารีส (Paris) เมืองหลวงของประเทศฝรั่งเศส เมืองที่มีมนต์เสน่ห์อันเหลือล้น ที่นักท่องเที่ยวอยากมาเยือนมากที่สุด กรุงปารีสเป็นหนึ่งในศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมที่ล้ำสมัยแห่งหนึ่งของโลก ที่ทรงด้วยอิทธิพลของการเมือง การศึกษา บันเทิง สื่อ แฟชั่น วิทยาศาสตร์และศิลปะ ทำให้กรุงปารีสเป็นหนึ่งในเมืองที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

ระยะทาง 315 กม.ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4.25 ชม.

เวลา ค่ำ

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารจีน

นำคณะเข้าสู่ที่พัก BEST WESTERN PLUS SUITECASE  หรือเทียบเท่า

 


 

วันที่หกของการเดินทาง  [ ปารีส – พระราชวังแวร์ซายส์ – ล่องเรือบาโตมุช ] ]

เวลา เช้า

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เดินทางสู่ เมืองแวร์ซายส์ นำเข้าชมความงดงามของพระราชวังแวร์ซายส์ (Versaille Palace) อันยิ่งใหญ่ (มีไกด์ท้องถิ่นบรรยายในพระราชวัง) ที่สร้างขึ้นตามพระราชประสงค์ของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ภายในตกแต่งอย่างวิจิตรอลังการ ทั้งจิตรกรรมฝาผนัง รูปปั้น รูปแกะสลักและเครื่องเรือน ซึ่งเป็นการใช้เงินอย่างมหาศาล พาท่านชมห้องต่างๆของพระราชวัง เช่น โบสถ์หลวงประจำพระราชวัง,ท้องพระโรงที่ตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจง, ห้องอพอลโล, ห้องเมอคิวรี่, ห้องกระจก (Hall of Mirror) ที่มีความยาวถึง 73 เมตร ซึ่งเป็นห้องที่พระยาโกษาธิบดี (ปาน) ราชทูตไทยสมัยพระนารายณ์มหาราชเคยเข้าถวายสาส์นต่อพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 แห่งฝรั่งเศส อีกทั้งยังเป็นห้องที่ใช้สำหรับจัดงานเลี้ยงและเต้นรำของพระนางมารี อังตัวแนตต์ มเหสีของพระเจ้าหลุยส์ที่ 16, ชมห้องบรรทมพระราชินีที่ตกแต่งอย่างงดงาม, ภาพเขียนปราบดาภิเษกของจักรพรรดินโปเลียนที่ยิ่งใหญ่

ระยะทาง 29 ก.ม.ใช้เวลาเดินทางประมาณ 40 นาที

เวลา เที่ยง

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารจีน

เวลา บ่าย

จากนั้นนำท่านล่องเรือบาโตมุช (Bateaux Mouches Cruise) ไปตามแม่น้ำแซนด์ ที่ไหลผ่านใจกลางกรุงปารีส ชมความสวยงามของสถาปัตยกรรมอันคลาสสิคของอาคารต่างๆตลอดสองฝากฝั่งแม่น้ำ เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่น่าประทับใจ โดยเรือจะล่องผ่านมหาวิหารนอเตรอดามแห่งปารีส (Notre-dame de Paris) อายุกว่า 800 ปี เป็นมหาวิหารสถาปัตยกรรมสไตล์โกธิคที่งามเลิศ โดดเด่นด้วยหอคอยคู่หน้าทรงเหลี่ยมและยอดปลายแหลมบนหลังคาวิหารสูงจากระดับพื้นดินถึง 96 เมตร เป็นสถานที่ประกอบพิธีอภิเษกสมรสระหว่างพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 กับพระนางมารี อังตัวแนตต์ และยังเป็นจุดกิโลเมตรที่ศูนย์ของประเทศฝรั่งเศสอีกด้วย

เวลา ค่ำ

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร  อาหารพื้นเมือง(หอยเอสคาโก้)

นำคณะเข้าสู่ที่พัก  BEST WESTERN PLUS SUITECASE  หรือเทียบเท่า

 


 

วันที่เจ็ดของการเดินทาง  [ ปารีส – หอไอเฟล – ช้อปปิ้ง – สนามบิน ] ]

เวลา เช้า

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำเที่ยวชมความงดงามของมหานครปารีส ผ่านลานประวัติศาสตร์จัตุรัสคองคอร์ด (Place de la Concorde) ที่พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 และพระนางมารีอองตัวแนต ถูกตัดสินประหารชีวิตโดยกิโยตินในสมัยปฏิวัติฝรั่งเศส จากนั้นเข้าสู่ถนนสายโรแมนติกชองป์เอลิเซ่ (Champs Elysees) ซึ่งทอดยาวจากจัตุรัสคองคอร์ดตรงสู่ประตูชัยนโปเลียน, นำชมและถ่ายรูปคู่กับประตูชัยนโปเลียน (Arc de Triomphe) สัญลักษณ์แห่งชัยชนะของจักรพรรดินโปเลียนในศึก เอาส์เตอร์ลิทซ์ในปี1805 โดยเริ่มสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1806 แต่มาแล้วเสร็จในปี ค.ศ.1836 ให้เวลาท่านได้เลือกซื้อสินค้าชั้นนำบนถนนชองป์เอลิเซ่ ที่เต็มไปด้วยร้านค้าสุดหรูหรา สินค้าแฟชั่นมากมาย แล้วนำถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับหอไอเฟล (Tour Eiffel) สัญลักษณ์ที่โดดเด่นสูงตระหง่านคู่นครปารีสด้วยความสูงถึง 1,051 ฟุต    ซึ่งสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1889 ที่บริเวณจัตุรัสทรอคคาเดโร่

เวลา เที่ยง

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารไทย

จากนั้นเชิญเลือกซื้อสินค้าแฟชั่นอย่างเต็มอิ่มในราคาถูกที่ร้านค้าปลอดภาษี (Duty Free Shop) อาทิ เช่น เครื่องสำอางค์ น้ำหอม นาฬิกาหรือกระเป๋า  จากนั้นพาท่านสัมผัสกับบรรยากาศที่เต็มไปด้วยนักช้อปปิ้งจากทั่วทุกมุมโลกในห้างสรรพสินค้าใหญ่สุดหรูใจกลางกรุงปารีสที่แกลเลอรี่ ลาฟาแยตต์ (Galleries Lafayette) หรือท่านสามารถเลือกซื้อสินค้าของสวิสจากร้าน Bucherer ร้านดังของสวิส ที่มีสาขาเปิดอยู่ใจกลางกรุงปารีส โดยมีสินค้ามากมาย อาทิเช่น ช็อคโกแลต, เครื่องหนัง, มีดพับ, นาฬิกายี่ห้อดัง อาทิเช่น Rolex, Omega, Tag Heuer เป็นต้น

เวลา 17.00 น.

นำคณะเดินทางสู่ สนามบินชาร์ล เดอ โกลด์ เพื่อให้ท่านมีเวลาในการทำ       คืนภาษี (Tax Refund) และ มีเวลาในการเลือกซื้อสินค้าในร้านค้าปลอดภาษีภายในสนามบิน

เวลา 21.50 น.

ออกเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ โดยเที่ยวบินที่ EK 076

 


 

วันที่แปดของการเดินทาง [ ดูไบ – กรุงเทพฯ ]

เวลา 06.30 น.

เดินทางถึงสนามบินดูไบ เพื่อรอเปลี่ยนเครื่อง

เวลา 09.40 น.

ออกเดินทางสู่สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK 372

เวลา 19.15 น.

ถึง สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพมหานคร ด้วยความสวัสดิภาพ


 

อัตราค่าบริการ

ผู้ใหญ่ พักห้องคู่ (ห้องละ 2 ท่าน) ราคาท่านละ 75,900.- บาท

ผู้ใหญ่ พัก 3 ท่าน 1 ห้อง 75,900.- บาท 

พักห้องเดี่ยว เพิ่มท่านละ 8,500.-  บาท 

เด็ก (อายุไม่เกิน 12 ปี) 1 ท่าน พักกับผู้ใหญ่ 1 ท่าน 75,900.- บาท

เด็ก (อายุไม่เกิน 12 ปี) 1 ท่าน พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน 75,900.- บาท

 


 

อัตราค่าบริการนี้รวม

  • ค่ารถโค้ชปรับอากาศนำเที่ยวตลอดการเดินทาง
  • ค่าอาหารตามมื้อที่กำหนดในรายการ
  • ค่าธรรมเนียมเข้าชมสถานที่ตามระบุในรายการ
  • ค่าเครื่องดื่มระหว่างเดินทางและในมื้ออาหาร ไม่มีแอลกอฮอล์
  • ค่าที่พักระดับมาตราฐาน 6 คืน ห้องละ 2 ท่าน
  • ค่าเรือ/ท้องถิ่น ไม่รวมทิป
  • ค่ามัคคุเทศก์คอยอำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง
  • ค่าประกันการอุบัติเหตุเดินทางวงเงิน 1,000,000 บาท

หมายเหตุ

กำหนดการนี้อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสมของหมู่คณะ เวลา และการจราจร ยึดเอาความปลอดภัยเป็นสำคัญ

 

'
%d bloggers like this: