Roongrojtour Travel CenterRoongrojtour Travel Center

Whole world Travel with us

Already a member?

Roongrojtour Travel CenterRoongrojtour Travel Center
Forgot password?

Don't have an account?

บินตรง ฉงชิ่ง อู่หลง ต้าจู่

บินตรง ฉงชิ่ง อู่หลง ต้าจู่

5 วัน 4 คืน
โดยสายการบินไทย (TG)

วันแรก         [กรุงเทพฯ-ฉงชิ่ง-สวนเอ๋อหลิ่ง]

เวลา  07.30 น.

พร้อมกันที่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ ประตู 4เคาน์เตอร์ D สายการบินไทย (TG) โดยมีเจ้าหน้าที่ คอยให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกตรวจเช็คสัมภาระและเอกสารการเดินทางให้กับทุกท่าน

เวลา  11.10 น.

ออกเดินทางสู่ เมืองฉงชิ่ง โดยเที่ยวบินที่ TG684

เวลา  15.15 น.

เดินทางถึง ท่าอากาศยานเมืองฉงชิ่ง ตั้งอยู่ภาคตะวันตกของประเทศจีน ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นเมืองหลวงของรัฐบาลจีนพรรคก๊กมินตั๋งในสมัยที่ญี่ปุ่นรุกรานประเทศจีน แต่เดิมนั้นฉงชิ่งเป็นเมืองเอกที่ขึ้นกับมณฑลซื่อชวน ต่อมาเมื่อวันที่ 14 มีนาคม ค.ศ. 1997 ทางรัฐบาลกลางของจีนได้ประกาศให้ฉงชิ่งเป็นเขตปกครองพิเศษ แยกออกมาเป็นมหานครฉงชิ่งขึ้นตรงกับรัฐบาลกลาง จึงทำให้ฉงชิ่งเป็นมหานครที่ใหญ่ที่สุดของประเทศจีน และเป็นศูนย์กลางของการคมนาคมทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ ที่อยู่ทางทิศตะวันตก หลังผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองนำท่านชม สวนเอ๋อหลิ่ง ตั้งอยู่เขตหวีจง ซึ่งอยู่แถบแม่น้ำแยงซีเกียง และขนาบด้วยเจียงหลิง เดิมมีชื่อเรียกว่า “เอ๋อเซี่ยงหลิ่ง” สวนแห่งนี้ตั้งอยู่ช่องแคบเขาซันหลิ่ง ซึ่งมีลักษณะเหมือนคอห่าน จึงได้ถูกขนานนามว่า “สวนเอ๋อหลิ่ง”(สวนคอห่าน) และถือได้ว่าเป็นช่องแคบที่มีระยะใกล้นครฉงชิ่งมากที่สุด ภายในบริเวณสวนประกอบด้วยสะพานเชือก ศาลาชมวิว ฯลฯ  อีกทั้งยังมีบรรยากาศที่ร่มรื่นและท่านยังสามารถชมและเก็บภาพความประทับใจกับทัศนียภาพรอบๆ นครฉงชิ่ง

เวลา  ค่ำ

บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักที่

Yi Fan Hotel หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว (ฉงชิ่ง)


วันที่สอง       [ฉงชิ่ง-อู่หลง-หลุมฟ้าสามสะพานสวรรค์ (รวมรถแบตเตอรี่)-                                 ระเบียงแก้วอู่หลง (รวมผ้าหุ้มรองเท้า)]

เวลา  เช้า

บริการอาหารเช้า ณ โรงแรม

หลังรับประทานอาหารเช้าเรียบร้อยแล้ว นำท่านออกเดินทางจากเมืองฉงชิ่ง สู่
เมืองอู่หลง (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง)

เวลา  กลางวัน

บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร 

เวลา  บ่าย

นำท่านชม อุทยานแห่งชาติหลุมฟ้า-สะพานสวรรค์ (มรดกโลก) แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติแหล่งใหม่ล่าสุดที่ได้รับการรับรองจากยูเนสโก้ ให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติในปี ค.ศ.2007 อุทยานหลุมฟ้า-สะพานสวรรค์เคยเป็นสถานีม้าเร็วในสมัยถัง และแห่งนี้เกิดจากการยุบตัวของเปลือกโลกกลายเป็นหลุมธรรมชาติขนาดใหญ่ หลังจากนั้นนำท่าน โดยสารลิฟท์แก้ว ลงไปสู่หุบเหวเบื้องล่างที่ระดับความลึกประมาณ 80 เมตร เมื่อลงไปถึงแล้วจะพบกับเส้นทางเดินเท้าเที่ยวชมความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติของกลุ่มสะพานสวรรค์ (กลุ่มสะพานหินธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย) ซึ่งประกอบด้วย 3 สะพาน แห่งแรกคือสะพานมังกรสวรรค์ ลักษณะเป็นโพรงขนาดใหญ่ เมื่อมองทะลุออกไปคล้ายกับสะพานเชื่อมสวรรค์กับโลกมนุษย์ สะพานแห่งที่สองคือ สะพานมังกรเขียว ลักษณะเป็นหน้าผาทิ่มแทงไปในท้องฟ้า และสะพานแห่งที่สามคือ สะพานมังกรดำ ลักษณะเป็นโตรกหน้าผาอยู่ในส่วนที่แคบที่สุด แสงผ่านเข้าไปน้อย ทำให้ดูค่อนข้างมืดดำ นอกจากนี้ยังสร้างจำลองเพื่อใช้เป็นฉากสำคัญของภาพยนตร์จีน เรื่องศึกโค่นบัลลังก์วังทอง ของผู้กำกับชื่อดัง จาง อวี้ โหมว โดยมี 3 นักแสดงชั้นนำ คือ โจว เหวิน ฟะ เจย์ โชว์ และกงลี่ อิสระถ่ายภาพความงามทางธรรมชาติตามอัธยาศัย หลังจากนั้น นำท่านพิสูจน์ความกล้า กับ ระเบียงแก้วอู่หลง (รวมผ้าหุ้มรองเท้า) เป็นสะพานที่มีพื้นที่หน้ากว้างที่กว้างที่สุดในโลก จุดชมวิวแห่งนี้เป็นหน้าผาสูง จากระดับน้ำทะเล 1200 เมตร  ส่วนที่ยื่นออกจากหน้าผา 11 เมตร  ความยาว 26 เมตร ความสูงแนวตั้งจากด้านล่างของหน้าผาสูง 280 เมตร วางแผน และออกแบบ โดยผู้เชี่ยวชาญจากในและต่างประเทศกว่า 20 ท่าน   ถือได้ว่าเป็นจุดชมวิวสะพานแก้วที่ติดอันดับแผ่นกระจกกว้างที่สุดในโลก

(หากกรุ๊ปที่เดินทางในช่วงเวลาที่มีการปิดปรับปรุง เพื่อยกระดับความปลอดภัยให้มากยิ่งขึ้น ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเข้าชม)

เวลา  ค่ำ

บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักที่ 

YUZHUGARDEN  HOTEL หรือเทียบเท่า ระดับ 4 ดาว (อู่หลง)


วันที่สาม       [ถ้ำฝูหยงต้ง-ฉงชิ่ง-ถนนคนเดินเจี่ยฟ่างเปย-หงหยาต้ง]

เวลา  เช้า

บริการอาหารเช้า ณ โรงแรม

จากนั้นนำท่านชม ถ้ำฝูหยงต้ง (มรดกโลก) ได้ชื่อว่าเป็นถ้ำที่สวยที่สุดอีกแห่งหนึ่งของจีน ค้นพบเมื่อเดือนพฤษภาคม ปี ค.ศ.1993 ถ้ำหินปูนอายุกว่า 1.2 ล้านปี มีพื้นที่ประมาณ 37,000 ตารางเมตร ความยาว 2.7 กิโลเมตร กว้าง 50 เมตร อุณหภูมิเฉลี่ยภายในถ้ำประมาณ 16 องศาเซลเซียส โดยมีห้องโถงหลักพื้นที่ประมาณ 11,000 ตารางเมตร ให้ท่านได้เพลิดเพลินกับการเดินเที่ยวชมความงดงามทางธรรมชาติที่เต็มไปด้วยหินงอกหินย้อยในรูปต่างๆ ตามแต่จินตนาการของแต่ละคน เช่น ม่านน้ำตก ธง ผลองุ่น ปะการังใต้ทะเล เส้นผม เข็ม ซึ่งมีการจัดแสงสีภายในถ้ำช่วยเพิ่มความงดงามยิ่งนัก

เวลา  กลางวัน

บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร 

เวลา  บ่าย

นำท่านเดินทางกลับสู่ เมืองฉงชิ่ง นำท่านไปยัง ถนนคนเดินเจี่ยฟ่างเปย ตั้งอยู่บริเวณอนุสาวรีย์ปลดแอก ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงชัยชนะในการทำสงครามกับญี่ปุ่น แต่ปัจจุบันกลายเป็นศูนย์กลางทางการค้าขนาดใหญ่ใจกลางเมือง เต็มไปด้วยร้านค้ากว่า 3,000 ร้าน ซึ่งมีทั้งอาหาร ช้อปปิ้งมอลล์ขนาดใหญ่ อิสระเดินชมและช้อปปิ้ง จากนั้นนำท่านสู่ หงหยาต้ง อาคารขนาดใหญ่สร้างอยู่บนภูเขา ขนานไปกับแม่น้ำเจียหลิง โครงการประกอบด้วยโรงแรม ร้านค้าจำหน่ายสินค้า ร้านอาหารพื้นเมือง ร้านน้ำชา โรงละคร ซึ่งล้วนแล้วแต่ก่อสร้างตกแต่งในรูปแบบโบราณให้อารมณ์และบรรยากาศย้อนยุคสำหรับนักท่องเที่ยวที่มา

ใช้เวลาเดินทางประมาณ3 ชั่วโมง

เวลา  ค่ำ

บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักที่ 

Yi Fan Hotel หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว (ฉงชิ่ง)


วันที่สี่         [ฉงชิ่ง-ต้าจู่-เมืองโบราณชางโจว-ผาหินแกะสลักที่เป่าติ่ง-ฉงชิ่ง-                          เมืองโบราณฉือชีโข่ว]

เวลา  เช้า

บริการอาหารเช้า ณ โรงแรม

จากนั้นเดินทางไปยัง เมืองต้าจู๋ ในนครฉงชิ่ง ซึ่งอยู่ติดกับมณฑลเสฉวน นครฉงชิ่งเป็นเมืองใหญ่ 1 ใน 4 ของประเทศจีน ที่มีฐานะเทียบเท่ามณฑล (อีก 3 นครคือ ปักกิ่ง เทียนจิน และเซี่ยงไฮ้ ) เป็นเมืองท่าริมแม่น้ำแยงซีเกียงมาแต่โบราณ ตัวเมืองตั้งอยู่ระหว่างแม่น้ำแยงซี และแม่น้ำเจียหลิงเจียง ถูกขนานนามว่า เมืองภูเขา เตาไฟ เมืองในหมอก ปัจจุบันเป็นเมืองอุตสาหกรรมหนัก เดินทางถึงเมืองต้าจู๋ ซึ่งอยู่ห่างจากนครฉงชิ่งประมาณ 160 กิโลเมตร มีสมญานามว่า “บ้านเกิดแห่งหินแกะสลัก” ทั่วทั้งเมืองมีศิลปะรูปปั้นหินแกะสลักกว่า 50,000 ชิ้น จารึกคำสอนภาษาจีนถึง 100,000 ชิ้น กระจายกันอยู่บนหน้าผากว่า 75 จุด ในบริเวณ 5 ภูเขา คือ เป่าติ่งซาน เป่ยซาน หนันซาน สือเหมินซาน และสือจ้วนซาน  นำท่านเข้าชมและอิสระช็อปปิ้งเมืองโบราณชางโจว

ใช้เวลาเดินทางประมาณ2 ชั่วโมง

เวลา  กลางวัน

บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร 

เวลา  บ่าย

นำท่านชม ผาหินแกะสลักต้าจู๋ (มรดกโลก) (รวมรถแบตเตอรี่) ได้รับการจัดเข้าเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมจากยูเนสโก้ในปี ค.ศ.1999   งานหินแกะสลักของต้าจู๋เป็นศิลปะสมัยราชวงศ์ถังและซ่ง ล้วนแล้วแต่นำเสนอเรื่องราวทางพุทธศาสนานิกายมหายาน หลักธรรมลัทธิเต๋า และปรัชญาคำสอนของขงจื๊อที่ชาวจีนเคารพนับถือ และเป็นอีกกลุ่มงานหินแกะสลักทางพระพุทธศาสนาที่มีชื่อเสียง 1 ใน 4 แห่งของจีน คือ ถ้ำผาโม่เกาคู ที่เมืองตุนหวง มณฑลกานซู ถ้ำพระพุทธหลงเหมินที่ลั่วหยาง และถ้ำผาหยุนกัง ที่ต้าถง มณฑลซานซี ซึ่ง 3 แห่งนั้นเป็นศิลปะถ้ำสมัยเริ่มต้นของจีน ส่วนต้าจู๋เป็นงานศิลปะถ้ำยุคหลัง (คริสต์ศตวรรษที่ 9-13) ที่มีความอ่อนช้อยงดงาม นำท่านชมความงดงาม งานศิลป์หินแกะสลักที่เขาเป่าติ่งซาน มีความสูงเหนือระดับน้ำทะเล 527.83 เมตร ประกอบด้วยกลุ่มรูปสลักพระพุทธรูป 13 กลุ่ม ซึ่งมีรูปสลักอยู่กว่า 10,000 ชิ้น ตามแนวยาวของหน้าผากว่า 500 เมตร ซึ่งทั้งหมดเป็นรูปแบบศิลปะการแกะสลักหินสมัยราชวงศ์ซ่ง เช่น พระพุทธเจ้าปางปรินิพพาน รูปสลักเจ้าแม่กวนอิมพันมือ วัฏสังสาร หรือวงเวียนชีวิต พระศรีอาริยเมตไตรย อิสระเที่ยวชมและถ่ายภาพความประทับใจตามอัธยาศัย  ได้เวลาสมควรนำคณะเดินทางกลับ เมืองฉงชิ่ง นำท่านชม หมู่บ้านโบราณฉือชี่โข่ว เป็นหมู่บ้านที่มีชนเผ่ากลุ่มน้อยหลากหลายเชื้อชาติอาศัยอยู่ อาคารบ้านเรือนภายในหมู่บ้านคงรูปแบบของสถาปัตยกรรมจีนดั้งเดิมไว้ อิสระให้ท่านสัมผัสกลิ่นอายย้อนยุคสมัยราชวงศ์ซ่ง หมิง ชิง เลือกซื้อของที่ระลึกหรือของฝาก

ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง

เวลา  ค่ำ

บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักที่

Yi Fan Hotel หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว  (ฉงชิ่ง)


วันที่ห้า        [ผ่านชมมหาศาลาประชาคม-พิพิธภัณฑ์ซานเสีย-ฉงชิ่ง-กรุงเทพฯ]

เวลา  เช้า

บริการอาหารเช้า ณ โรงแรม 

แวะชมและถ่ายภาพด้านนอก ศาลาประชาคม สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1952  โดย จอมพลเฮ่อหลงเป็นผู้ริเริ่มโครงการ เพื่อให้เป็นสถานที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ใช้เวลาสร้างประมาณ 3 ปี อาคารรูปทรงกลมคล้าย คลึงกับหอฟ้าเทียนทานในกรุงปักกิ่ง สร้างบนเนินเวที และที่นั่งตามธรรมชาติ ซึ่งเป็นความลาดของเนิน มี 4,850 ที่นั่ง ปัจจุบันนี้เปิดเป็นโรงแรมบางส่วน และใช้จัดประชุม หรือจัดงานการแสดงขนาดใหญ่ของนคร  และเข้าชม พิพิธภัณฑ์ซานเสีย พิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่ใจกลางมหานคร ภายในพิพิธภัณฑ์มีการนำเสนอประวัติความเป็นมาของเมืองและวิถีชีวิตของผู้คนเมื่อครั้งอดีต รวมทั้งแบบจำลองเขื่อนซานเสียพร้อมข้อมูลบอกเล่าความเป็นมาของเขื่อนที่ใหญ่ที่สุดในโลกแห่งนี้

เวลา  กลางวัน 

บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร 

ถึงเวลาสมควรนำท่านเดินทางสู่สนามบิน

เวลา  16.10 น.

ออกเดินทางสู่ กรุงเทพฯ โดยเที่ยวบินที่  TG 685

เวลา  18.30 น.

เดินทางกลับถึงสนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ…


 อัตราค่าบริการ

วันที่ 16-20 / 23-27 มี.ค. 59

ราคา ผู้ใหญ่     28,900  บาท

ราคาเด็ก(มีเตียง) นอนกับผู้ใหญ่2 ท่าน               27,900  บาท

ราคาเด็ก (ไม่มีเตียง) นอนกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน         26,900  บาท

พักเดี่ยว เพิ่ม      4,500  บาท

วันที่ 30 มี.ค. – 03 เม.ย. 59

ราคา ผู้ใหญ่     28,900  บาท

ราคาเด็ก(มีเตียง) นอนกับผู้ใหญ่2 ท่าน               27,900  บาท

ราคาเด็ก (ไม่มีเตียง) นอนกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน         26,900  บาท

พักเดี่ยว เพิ่ม      4,500  บาท

วันที่ 12-16 เม.ย. 59 (สงกรานต์)

ราคา ผู้ใหญ่     34,900 บาท

ราคาเด็ก(มีเตียง) นอนกับผู้ใหญ่2 ท่าน             33,900 บาท

ราคาเด็ก (ไม่มีเตียง) นอนกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน       32,900  บาท

พักเดี่ยว เพิ่ม      4,500  บาท

วันที่ 27 เม.ย. – 01 พ.ค. 59

ราคา ผู้ใหญ่     28,900 บาท

ราคาเด็ก(มีเตียง) นอนกับผู้ใหญ่2 ท่าน             27,900 บาท

ราคาเด็ก (ไม่มีเตียง) นอนกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน       26,900  บาท

พักเดี่ยว เพิ่ม      4,500  บาท


อัตราค่าบริการนี้รวม

 

  • หมายเหตุ

    1. บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะเลื่อนการเดินทางในกรณีที่มีผู้ร่วมคณะไม่ถึง 15 ท่าน
    2. ขอสงวนสิทธิ์การเก็บค่าน้ำมันและภาษีสนามบินทุกแห่งเพิ่ม หากสายการบินมีการปรับขึ้นก่อนวันเดินทาง
    3. บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนเที่ยวบิน โดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้าอันเนื่องจากสาเหตุต่างๆ
    4. บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น หากเกิดกรณีความล่าช้าจากสายการบิน, การประท้วง, การนัดหยุดงาน, การก่อการจลาจล, ภัยธรรมชาติ, การนำสิ่งของผิดกฎหมาย ซึ่งอยู่นอกเหนือความรับผิดชอบของบริษัทฯ
    5. บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น หากเกิดสิ่งของสูญหาย อันเนื่องเกิดจากความประมาทของท่าน, เกิดจากการโจรกรรม และ อุบัติเหตุจากความประมาทของนักท่องเที่ยวเอง
    6. เมื่อท่านตกลงชำระเงินมัดจำหรือค่าทัวร์ทั้งหมดกับทางบริษัทฯ แล้ว ทางบริษัทฯ จะถือว่าท่านได้ยอมรับเงื่อนไขข้อตกลงต่างๆ ทั้งหมด
    7. บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงรายการโดยมิต้องแจ้งล่วงหน้า ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาวะอากาศ การเมือง สายการบิน และราคาอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยนของเงินสกุลหยวน

'
%d bloggers like this: